มีเคสนึงที่ผมไปแกะมา ผู้หญิงคนเดียวปั้นเพจจาก 0 ถึงหลักล้าน follower ไม่มีทีมสักคน สิ่งที่เธอทำต่างจากคนอื่นไม่ใช่ prompt เทพ แต่คือเธอไม่เคยให้ AI เริ่มจากหน้าว่าง หน้านี้คือวิธีทำโฟลเดอร์แบบนั้นให้ตัวเอง แบบมือใหม่ทำตามได้จริง
ก่อนเริ่มอ่าน ฝากอันเดียวครับ: ผมเปิด community ฟรีชื่อ One Percent AI ไว้สอนเรื่อง AI ใช้ได้จริงแบบเดียวกับ guide นี้ ทำตามแล้วติดตรงไหน สั่งมันไม่ออก เข้ามาถามกันได้เลย
เข้า One Percent AI (ฟรี)เกือบทุกคนเริ่มเหมือนกันหมดครับ เปิดแชทขึ้นมา พิมพ์ว่า "ช่วยเขียนโพสต์ขายคอร์สให้หน่อย" แล้วก็ได้ข้อความกลางๆ ที่ใครก็เขียนได้ อ่านแล้วรู้เลยว่าไม่ใช่เรา
ไม่ใช่เพราะ AI ไม่เก่งครับ แต่เพราะตอนที่มันเขียน มันไม่มีอะไรให้ยึดเลยสักอย่าง มันไม่รู้ว่าคุณขายอะไร ไม่รู้ว่าลูกค้าคุณกลัวอะไร ไม่รู้ว่าคุณพิมพ์ยังไง ไม่รู้ว่าโพสต์ไหนของคุณเคยปัง มันเลยเดา แล้วเวลา AI เดา มันจะเดาไปทางกลางๆ ที่ปลอดภัยที่สุดเสมอ
เคสเพจล้าน follower ที่ผมไปแกะ จุดต่างมันอยู่ตรงนี้พอดี เธอไม่ได้เก่ง prompt กว่าคนอื่น เธอแค่ไม่ปล่อยให้ AI เริ่มจากหน้าว่าง ก่อนสั่งงานทุกครั้ง เธอโยนของเก่าให้มันอ่านก่อน โพสต์ที่เคยปัง รูปที่เคยถ่าย โน้ตไอเดียในมือถือ เสียงที่อัดไว้ตอนขับรถ
พอมีของให้ยึด งานที่ออกมามันเลยไม่ใช่ "AI แต่งเรื่องใหม่" แต่เป็น "AI เรียบเรียงของที่คุณมีอยู่แล้ว" ซึ่งคนละคุณภาพกันเลย
Dewvikoผมเสียเวลาไปหลายเดือนกับการหา prompt เทพ นั่งเก็บ prompt เป็นร้อยอัน สุดท้ายสิ่งที่เปลี่ยนงานผมจริงๆ ไม่ใช่ prompt เลยครับ แต่คือของที่มันอ่านก่อนจะเริ่มพิมพ์ 555 prompt สั้นๆ บวกโฟลเดอร์ดีๆ ชนะ prompt ยาวสามหน้าที่ไม่มีข้อมูลอะไรเลย
เวลาบอกว่า AI ตัวเดียวทำงานเป็นทีม ไม่ได้แปลว่าต้องไปเปิด AI 4 ตัวนะครับ แปลว่าเราสั่งให้มันสวมหมวกทีละใบ แล้วส่งงานต่อให้ตัวเอง เหมือนทีมจริงส่งงานต่อกัน
สังเกตนะครับว่าทั้ง 4 หมวกนี้ ต้องใช้ข้อมูลคนละชุดกันเลย คนเขียนต้องรู้ว่าลูกค้าเป็นใคร คนเกลาต้องรู้ว่าเราพูดยังไง ส่วนคนทำภาพก็ต้องรู้สีกับฟอนต์ของแบรนด์ไปอีกแบบ แล้วคนจัดคิวก็ต้องรู้อีกว่าเราโพสต์อาทิตย์ละกี่ชิ้น
นี่แหละครับคือเหตุผลที่ต้องมีโฟลเดอร์ ไม่ใช่มีไว้เท่ๆ แต่ละไฟล์ในโฟลเดอร์คือ "ความรู้ประจำตำแหน่ง" ของแต่ละหมวก ถ้าไม่มีไฟล์ หมวกนั้นก็ทำงานด้วยการเดา
Dewvikoตอนแรกผมพยายามสั่งรวดเดียว "เขียนโพสต์ เกลาเสียงผม แล้วคิดภาพให้ด้วย" ผลคือได้ทุกอย่างแบบครึ่งๆ พอแยกเป็นทีละหมวกแล้วให้มันส่งงานต่อตัวเอง คุณภาพขึ้นทันที ทั้งที่ใช้ AI ตัวเดิม
ส่วนนี้คือใจความของทั้งหน้าครับ ถ้าคุณอ่านแค่หัวข้อเดียวแล้วปิดไป ให้อ่านอันนี้ ไม่ต้องทำครบวันแรกก็ได้ เริ่มจาก 2 ไฟล์แรกก่อนก็เห็นผลแล้ว
ผมจะพูดตรงๆ เลยนะครับ อย่าทำระบบนี้ในหน้าแชทธรรมดา ไม่ว่าจะ Claude ในเว็บหรือ ChatGPT ก็ตาม ให้ใช้ Claude Code หรือ Cowork เท่านั้น
ตัวที่ทำงานกับโฟลเดอร์ได้ มันสร้างไฟล์เอง อ่านไฟล์เอง แล้วก็แก้ไฟล์เองได้ ส่วนหน้าแชทธรรมดาทำได้แค่พิมพ์ข้อความออกมา แล้วคุณต้องเป็นคนก็อป เป็นคนเซฟ เป็นคนอัปโหลดกลับเองทุกรอบ
ฟังดูเหมือนต่างกันนิดเดียวใช่ไหมครับ แต่ลองคิดภาพว่าคุณต้องทำแบบนั้นทุกครั้งที่มีเรื่องใหม่จะเก็บ อาทิตย์เดียวก็เลิกแล้ว 555 ผมเคยทำมาก่อน มันไม่รอด
ไฟล์ทั้ง 5 เป็นไฟล์ข้อความธรรมดาครับ นามสกุล .md ไม่ต้องสวย ไม่ต้องยาว ขอให้จริง
ข้อนี้คนถามผมเยอะที่สุด คำตอบคือคุณไม่ต้องสร้างเองสักไฟล์ครับ พอโฟลเดอร์เปิดอยู่ใน VS Code แล้ว คุณแค่บอกมันว่าอยากได้อะไร มันเขียนไฟล์ลงโฟลเดอร์ให้เลย คุณจะเห็นไฟล์โผล่ขึ้นมาในแถบซ้ายมือแบบสดๆ
เริ่มด้วยประโยคนี้ประโยคเดียวได้เลย
Prompt เปิดโฟลเดอร์ (ก็อปไปวางได้เลย)
ไฟล์นี้ตอบคำถามเดียว: ถ้าเพื่อนสนิทถามว่า "ทำอะไรอยู่ ขายใคร" คุณจะตอบว่าอะไร ใส่ให้ครบ 4 อย่าง คือ ขายอะไร ราคาเท่าไหร่ ลูกค้าคือใคร และเขาเจ็บปวดเรื่องอะไรถึงต้องซื้อ
ไม่ต้องนั่งเขียนเองครับ ให้ AI สัมภาษณ์คุณแล้วเขียนให้ ก็อป prompt นี้ไปวางได้เลย
Prompt สร้างไฟล์ 1 (ก็อปไปวางได้เลย)ขาย: คอร์สสอนตัดต่อด้วย AI 990 บาท / ลูกค้า: มนุษย์เงินเดือน 28-40 อยากมีรายได้เสริมแต่ไม่มีเวลาเรียนตัดต่อ / ความเจ็บปวด: ลงคลิปแล้วไม่มีคนดู เลยคิดว่าตัวเองไม่มีพรสวรรค์ / เคยลอง: ดู YouTube ฟรี แต่ไม่จบสักคอร์ส / จุดต่าง: สอนจากงานจริงที่ทำอยู่ ไม่ใช่ทฤษฎี
อันนี้คือไฟล์ที่ทำให้ AI เลิกเขียนเป็นหุ่นยนต์ วิธีทำเร็วที่สุดคือ ไม่ต้องอธิบายว่าเสียงคุณเป็นยังไง แต่เอาของจริงไปให้มันดู
Dewvikoบรรทัด "ห้ามสรุปเป็นคำสวยๆ ลอยๆ" นี่สำคัญมากครับ รอบแรกที่ผมทำ มันสรุปให้ว่า "โทนเป็นกันเอง เข้าถึงง่าย" ซึ่งเอาไปใช้ไม่ได้เลย ต้องบังคับให้มันยกประโยคจริงของเรามาแปะ มันถึงเลียนแบบถูก
ไฟล์นี้ต่างจากไฟล์ 2 นะครับ ไฟล์ 2 คือ "เราพูดยังไง" ไฟล์ 3 คือ "อะไรที่คนชอบ" เอาโพสต์ที่ยอดดีที่สุด 5 อัน แปะทั้งอัน แล้วเติมตัวเลขจริงกำกับไว้ข้างบนแต่ละอัน เช่น ยอดวิว คอมเมนต์ กี่อัน คนทักมากี่คน
ตัวเลขสำคัญกว่าที่คิดครับ เพราะมันทำให้ AI แยกออกว่าอันไหนแค่ "เขียนดี" กับอันไหน "ได้ผลจริง" เวลาเราสั่งให้มันคิดหัวข้อใหม่ มันจะเดินตามแบบที่ได้ผล ไม่ใช่แบบที่แค่อ่านลื่น
อันนี้แหละที่ทำให้ไม่มีวัน "คิดไม่ออกว่าจะโพสต์อะไร" ไฟล์นี้ไม่ต้องเรียบร้อยเลย เป็นที่ทิ้งของ ทิ้งไปเรื่อยๆ ทั้งอาทิตย์
เคล็ดลับข้อสุดท้ายนี่ของดีครับ เวลาขับรถแล้วคิดอะไรออก ผมกดอัดเสียงในมือถือเลย แล้วค่อยเอาไฟล์เสียงโยนให้ AI ถอดเป็นข้อความทีหลัง คิดตอนพูดมันไหลกว่าคิดตอนพิมพ์เยอะ
ไฟล์สุดท้ายคือกฎที่ AI ต้องทำตามทุกครั้ง สั้นๆ ก็พอ แต่ต้องชัด
สังเกตนะครับว่าไฟล์นี้ไฟล์เดียวที่ไม่ได้ขึ้นต้นด้วยเลข เพราะชื่อ CLAUDE.md เป็นชื่อเฉพาะที่ Claude Code มองหาเองอยู่แล้ว วางไว้ชั้นนอกสุดของโฟลเดอร์ แล้วมันจะอ่านทุกครั้งที่เปิดโฟลเดอร์นี้ ไม่ต้องสั่ง ไม่ต้องแนบ ตัวพิมพ์ใหญ่ทั้งหมดด้วยนะครับ ตั้งชื่อเป็น claude.md ตัวเล็กแล้วมันอาจจะไม่เจอ
ไฟล์ 5 (CLAUDE.md): ก็อปไปแก้เป็นของคุณตรงนี้คือจุดที่คนทำโฟลเดอร์แล้วยังไม่เวิร์คครับ มีไฟล์แล้วแต่ AI ไม่ได้อ่าน เพราะเราไม่ได้บอกให้มันอ่าน
ซึ่งถ้าคุณตั้งชื่อไฟล์กติกาว่า CLAUDE.md ตามหัวข้อที่แล้ว คุณแก้ปัญหานี้ไปเรียบร้อยแล้วครับ ไม่ต้องทำอะไรเพิ่มเลย
อยากเช็คว่ามันอ่านจริงไหม ถามมันตรงๆ เลยครับ สั้นๆ แค่นี้
Prompt เช็คว่ามันอ่านจริง
ถ้ามันตอบได้ตรง แปลว่าโฟลเดอร์ใช้ได้แล้ว ถ้ามันตอบกว้างๆ หรือเดา แปลว่าไฟล์ยังบางไป กลับไปเติมของจริงเข้าไปอีก โดยเฉพาะไฟล์ 3 กับ 4
Dewvikoของผมเองใช้ทางที่สองครับ เป็นโฟลเดอร์จริงในเครื่อง ข้างในมีไฟล์กติกา แล้วแยกเป็นโฟลเดอร์ย่อย context (เรื่องผมกับธุรกิจ) กับ references (เสียง แบรนด์ สีฟอนต์ สูตร hook) แล้วก็โฟลเดอร์ work ที่เก็บงานที่ทำไปแล้วทั้งหมด ตอนเริ่มผมมีแค่ 2 ไฟล์เองครับ ที่เหลือมันค่อยๆ งอกตอนใช้จริง
พอโฟลเดอร์พร้อม การสั่งงานจะสั้นลงมากครับ เพราะไม่ต้องอธิบายตัวเองใหม่ทุกครั้ง นี่คือ prompt ที่ผมใช้จริงตอนทำโพสต์หนึ่งชิ้น
Prompt สั่งงานจริง: 1 ไอเดีย เป็น 1 โพสต์ที่ต้องให้มันหยุดเป็นช่วงๆ เพราะถ้าหัวข้อผิดตั้งแต่แรก ที่เหลือก็เสียเปล่าหมดครับ ยอมเสียเวลาสิบวินาทีตรวจหัวข้อ ดีกว่ามาอ่านโพสต์เต็มที่ผิดทางทั้งอัน
Dewvikoโพสต์บนเฟซที่ทุกคนอ่านแล้วมาลงเอยที่หน้านี้ ก็ออกมาจากระบบนี้แหละครับ 555 ผมไม่ได้นั่งเขียนตั้งแต่ศูนย์ ผมแค่หยิบเรื่องจริงจากคลัง แล้วให้มันเรียบเรียง จากนั้นผมเข้าไปแก้เอง ประมาณ 20 เปอร์เซ็นต์ ตรงที่มันไม่มีทางรู้ คือความรู้สึกตอนที่ผมเจอเรื่องนั้นจริงๆ
ระบบนี้ไม่ได้แปลว่าคุณไม่ต้องทำอะไรเลยนะครับ มันแค่ย้ายงานคุณจาก "นั่งเขียน" ไปเป็น "ตรวจกับใส่ของจริง" ซึ่งใช้เวลาน้อยกว่าเยอะ
ข้อสุดท้ายคือหัวใจของทั้งระบบเลยครับ ทุกครั้งที่คุณแก้งานมัน อย่าแก้เฉยๆ ให้ถามตัวเองว่า "ทำไมถึงต้องแก้" แล้วเอาคำตอบไปใส่ไฟล์กติกา ระบบมันจะฉลาดขึ้นทุกอาทิตย์เอง โดยที่คุณไม่ต้องไปเรียน prompt เพิ่มเลย
อย่าเพิ่งไปสร้างครบ 5 ไฟล์วันนี้ครับ เดี๋ยวจะเหนื่อยแล้วเลิกกลางทาง เอาแค่นี้ก่อน
สรุปแบบดิววิโกะระบบนี้ไม่ได้ทำให้ผมขยันขึ้นนะครับ แค่ทำให้วันที่ขี้เกียจ ยังมีโพสต์ออก 555
ผมว่าอันนี้แหละคือค่าของมันจริงๆ ไม่ใช่เขียนเร็วขึ้น 10 เท่า แต่คือวันที่นอนน้อย วันที่งานลูกค้ารุมเข้ามา คุณยังไม่หายไปจากหน้าฟีด เพราะของมันอยู่ในโฟลเดอร์รอคุณอยู่แล้ว
ลองสร้าง 2 ไฟล์แรกวันนี้ดูครับ แล้วมาเล่าให้ผมฟังว่ามันเปลี่ยนอะไรบ้าง
ผมกับทีมเปิดคอมมูนิตี้ AI-sthetics ไว้สำหรับคนที่อยากใช้ AI
scale คอนเทนต์ให้มีคุณภาพ ตรงแบรนด์ และมี taste ที่ต่างจากคนอื่น
ทั้งวิธีคิดและวิธีสั่งงาน AI แบบที่ผมทำ เข้ามาลองสร้างของตัวเองไปด้วยกัน