DEWVIKO · AI · CONTENT SETUP

ผมตั้ง AI ให้ช่วย
คิดกับตรวจคอนเทนต์

เวลาผมทำคอนเทนต์ให้ดู คำถามที่โดนถามบ่อยสุดคือ "ตัวนั้นตั้งยังไงครับ" หน้านี้คือคำตอบครับ มันไม่ใช่บอทลับอะไรเลย ประกอบจาก skill ฟรีของคนอื่น 7 ตัว บวกไฟล์แบรนด์ไม่กี่ไฟล์ที่ผมเขียนเอง หน้านี้บอกครบว่ามีอะไรบ้าง ต้องต่ออะไรบ้าง แล้วเวลาใช้จริงผมสั่งมันว่าอะไร

ก่อนเริ่มอ่าน ฝากอันเดียวครับ: ผมเปิด community ฟรีชื่อ One Percent AI ไว้สอนเรื่อง AI ใช้ได้จริงแบบเดียวกับหน้านี้ ทำตามแล้วติดตรงไหน สั่งมันไม่ออก เข้ามาถามกันได้เลย

เข้า One Percent AI (ฟรี)
ในหน้านี้มีอะไรบ้าง
00 ตัวที่ผมโชว์ มันคืออะไรกันแน่ 01 skill 7 ตัวที่อยู่ในนั้น (ของฟรี ลิงก์อยู่ในนี้) 02 Connector: อันไหนต้องต่อ อันไหนไม่ต้องต่อเลย 03 ตั้งเองทีละขั้น (มือใหม่ทำตามได้) 04 เวลาใช้จริง ผมสั่งมันว่าอะไร 05 ข้อจำกัดที่ต้องรู้ก่อน (คนไทยเจอแน่ 3 ข้อ) 06 30 นาทีแรก ทำแค่นี้พอ

ตัวที่ผมโชว์ มันคืออะไรกันแน่

สั้นที่สุดคือ โฟลเดอร์ธรรมดา 1 อัน ที่มี AI นั่งอยู่ข้างใน แล้วมันอ่านไฟล์ในโฟลเดอร์นั้นก่อนทำงานทุกครั้ง

ไม่มีเว็บพิเศษ ไม่มีแอปที่ต้องซื้อเพิ่ม ไม่มี prompt ยาวสามหน้าที่ผมแอบไว้ครับ ของทั้งหมดมีแค่ 3 ก้อน

ของทั้งหมดที่อยู่ในโฟลเดอร์เดียว
Claude Codeตัว AI ที่อ่านและเขียนไฟล์ในโฟลเดอร์ได้เอง
+
7 Skillsคู่มือทำงานของฟรี ที่บอกมันว่าคิดกับตรวจคอนเทนต์ยังไง
+
Brand Filesไฟล์ที่บอกว่าเราขายอะไร พูดยังไง ห้ามอะไร

ที่คนดูแล้วรู้สึกว่ามันเก่ง จริงๆ มาจากก้อนที่ 3 ครับ ไม่ใช่ก้อนแรก AI ตัวเดียวกันเป๊ะ ถ้าไม่มีไฟล์แบรนด์ให้อ่าน มันก็เขียนกลางๆ เหมือนที่ทุกคนเคยเจอ พอมีไฟล์ให้ยึด งานที่ออกมาเลยเปลี่ยนจาก "AI แต่งเรื่องใหม่" เป็น "AI เรียบเรียงของที่เรามีอยู่แล้ว"

แล้วที่สำคัญที่สุด มันไม่ได้โพสต์เองครับ ค่าเริ่มต้นของมันคือคิดกับเขียนให้ แล้วหยุดรอเราตรวจ ซึ่งผมตั้งใจให้เป็นแบบนั้น

Dew Dewviko

ผมเคยคิดว่าต้องหา prompt เทพให้ได้ก่อนถึงจะใช้ AI ทำคอนเทนต์ได้ นั่งเก็บ prompt เป็นร้อยอันครับ 555 สุดท้ายสิ่งที่เปลี่ยนงานผมจริงๆ คือของที่มันอ่านก่อนจะเริ่มพิมพ์ ไม่ใช่คำสั่งที่ผมพิมพ์เข้าไป

01skill 7 ตัวที่อยู่ในนั้น

ก่อนอื่นขอเคลียร์คำว่า skill ก่อนครับ skill คือไฟล์คู่มือที่บอก AI ว่า "งานประเภทนี้ ให้ทำตามขั้นตอนนี้" พอเราติดตั้งไว้ในเครื่อง เวลาเราสั่งงานที่ตรงกับคู่มือไหน มันจะหยิบคู่มือนั้นมาอ่านเองแล้วทำตาม เราไม่ต้องพิมพ์ขั้นตอนยาวๆ ให้มันทุกครั้ง

7 ตัวที่ผมใช้ ไม่ใช่ของผมนะครับ เป็นชุด skill ฟรีของ Blotato ที่เขาแจกไว้ ผมแค่เอามาใช้แล้วเขียนไฟล์แบรนด์ของผมทับลงไปเท่านั้นเอง โหลดได้ที่ github.com/Blotato-Inc/blotato-skills (เดี๋ยวหัวข้อ 03 บอกวิธีติดตั้งแบบไม่ต้องโหลดไฟล์เอง)

ชื่อ skillเอาไว้ทำอะไร
content-coachตัวสำหรับคนที่เปิดมาแล้วคิดไม่ออกว่าจะโพสต์อะไร มันจะพาไล่ตั้งแต่ถามข้อมูลธุรกิจ คิดหัวข้อ เขียน จนตรวจ โดยเรียกตัวอื่นมาทำงานต่อให้เอง
brand-briefตัวตั้งค่าครั้งเดียวจบ มันสัมภาษณ์เราว่าขายอะไร ลูกค้าเป็นใคร อยากให้คนอ่านทำอะไรต่อ มีเรื่องอะไรเล่าได้บ้าง แล้วเขียนเป็นไฟล์ brand-brief.md เก็บไว้ในโฟลเดอร์
viral-hooksคลังโครงประโยคเปิด 100 แบบ ตัวอื่นจะมาหยิบจากคลังนี้ทุกครั้งที่ต้องเขียนประโยคแรก
post-writerเขียนโพสต์เต็มจากหัวข้อที่ให้ ครบทั้งประโยคเปิด เนื้อ และท่อนชวน แล้วปรับความยาวตามแพลตฟอร์มที่จะลง เขียนเสร็จมันส่งเข้าตัวตรวจต่อให้เองเลย
post-graderตัวตรวจงาน ให้คะแนนเต็ม 10 พร้อมบอก 3 อย่างที่ควรแก้ก่อน เรียงตามผลกระทบ ตัวนี้แหละที่ผมใช้บ่อยที่สุด
repurposeเอาของยาว 1 ชิ้น เช่นบทความหรือสคริปต์คลิป แตกออกเป็นโพสต์ LinkedIn 3 อัน เธรด X 5 อัน และสคริปต์คลิปสั้นอีก 2 อัน
post-schedulerตัวเดียวในชุดที่ยิงโพสต์ออกไปจริงๆ ตัวนี้ต้องต่อ connector ถึงจะทำงาน ถ้าไม่ต่อ มันจะเซฟเป็นไฟล์ให้เราก็อปไปโพสต์เองแทน (เขาเขียนทางหนีไว้ให้ในตัว skill เลย)

มีตัวเดียวในนี้ที่ต้องต่อ connector หัวข้อถัดไปเคลียร์ให้ว่าต่อยังไง และทำไมส่วนใหญ่ไม่ต้องต่อ

Dew Dewviko

ผมไม่ได้ใช้ครบทั้ง 7 ตัวทุกวันนะครับ เอาจริงๆ ที่ใช้หนักมี 3 ตัว คือ brand-brief ตอนตั้งครั้งแรก แล้วก็ post-writer กับ post-grader วนกันทุกวัน ที่เหลือคือเอาไว้ตอนขี้เกียจคิดเอง

02Connector: อันไหนต้องต่อ

คำว่า connector ฟังดูน่ากลัวครับ แต่มันคือ "สายไฟ" ที่ทำให้ AI ไปหยิบของหรือไปกดปุ่มในบริการอื่นแทนเราได้ ถ้าไม่มีสาย มันทำได้แค่ในโฟลเดอร์ของเราเท่านั้น

เส้นแบ่งที่คนสับสนบ่อยที่สุด

ไม่ต้องต่ออะไรเลย

6 ใน 7 ตัว
  • คิดหัวข้อ ตั้งคำถามกับเรา
  • เขียนโพสต์ เขียนสคริปต์
  • ตรวจงาน ให้คะแนน บอกจุดที่ต้องแก้
  • แตกของยาวเป็นหลายแพลตฟอร์ม

ต้องต่อ ถ้าอยากได้

ตัวที่ 7 เท่านั้น
  • ให้มันยิงโพสต์ขึ้นเพจเอง
  • ให้มันตั้งคิวโพสต์ล่วงหน้าเอง
  • ให้มันดูว่าเราต่อช่องทางไหนไว้บ้าง

เพราะฉะนั้น ถ้าเป้าหมายคือ ช่วยคิดกับช่วยตรวจ แบบที่ผมโชว์ คุณข้ามหัวข้อนี้ไปได้เลยครับ ไม่ต้องต่ออะไรสักอย่าง ติดตั้ง skill เสร็จก็ใช้ได้ทันที

ถ้าอยากให้มันโพสต์เองจริงๆ

ตัว post-scheduler เขาต่อกับระบบของ Blotato ซึ่งเป็นบริการตั้งคิวโพสต์ของเขาเอง แปลว่าต้องไปสมัครบัญชี Blotato ก่อน (ราคาไปดูที่เว็บเขานะครับ ผมไม่ขอพูดแทน) แล้วเอา API key จากในระบบเขามาเสียบ

API key คือรหัสยาวๆ ที่ใช้แทนการล็อกอินครับ เหมือนกุญแจสำรองที่เราให้ AI ถือไว้ ห้ามเอาไปแปะในที่สาธารณะเด็ดขาด

วิธีต่อแบบไม่ต้องไปยุ่งกับหน้าจอดำๆ คือให้ Claude ต่อให้ครับ พิมพ์แบบนี้ในช่องแชทได้เลย

Prompt ให้มันต่อ connector ให้ (ก็อปไปวางได้เลย)
ช่วยต่อ MCP ของ Blotato ให้ผมหน่อยครับ ทำตามคู่มือหน้านี้ https://help.blotato.com/api/mcp/setup เดี๋ยวผมวาง API key ให้ในข้อความถัดไป ต่อเสร็จแล้วบอกผมด้วยว่าต้องปิดเปิดโปรแกรมใหม่ไหม แล้วลองเช็คให้หน่อยว่ามันเห็นช่องทางที่ผมต่อไว้กี่ช่อง ห้ามเอา key ไปเขียนใส่ไฟล์ที่แชร์ออกไปได้นะครับ

จุดที่คนพลาดกันบ่อย

ในคู่มือของ Blotato เขาเตือนไว้เองว่า API key บางอันจะลงท้ายด้วยเครื่องหมาย = ให้ก็อปมาทั้งหมดรวมเครื่องหมายนั้นด้วย ถ้าลบทิ้งเพราะคิดว่ามันเกินมา จะเจอ error ว่ารหัสไม่ถูกต้องทันที และหลังต่อเสร็จต้องปิดเปิดโปรแกรมใหม่หนึ่งรอบ

Dew Dewviko

ของผมเองไม่ได้ต่อตัวนี้ครับ เพราะผมมีคิวโพสต์ของผมอยู่แล้ว (ผมใช้ Buffer กับตัวยิงเพจที่ผมเขียนเอง) แล้วผมก็ยังไม่ปล่อยให้อะไรโพสต์แทนผมแบบไม่ผ่านตาอยู่ดี ผมให้มันหยุดที่ขั้น "ร่างเสร็จ ตรวจเสร็จ" แล้วผมกดเองครับ ถ้าคุณเพิ่งเริ่ม ผมแนะนำให้ทำแบบนี้ก่อนเหมือนกัน ตั้งคิวอัตโนมัติเอาไว้ทีหลังตอนที่คุณเชื่อมือมันแล้ว

03ตั้งเองทีละขั้น

ทั้งหมดนี้ทำในโปรแกรมเดียว ไม่ต้องเปิดหน้าจอดำๆ พิมพ์คำสั่งอะไรเลยครับ ทุกอย่างพิมพ์ในช่องแชท

ขั้นที่ 1: เตรียมที่ทำงาน

ต้องใช้ Claude Code หรือ Cowork เท่านั้นนะครับ อย่าทำในหน้าแชทธรรมดา เหตุผลง่ายมาก ตัวที่ทำงานกับโฟลเดอร์ได้ มันสร้างไฟล์เอง อ่านไฟล์เอง แก้ไฟล์เองได้ ส่วนหน้าแชทธรรมดาทำได้แค่พิมพ์ข้อความออกมา แล้วเราต้องเป็นคนก็อป เป็นคนเซฟ เป็นคนอัปโหลดกลับเองทุกรอบ อาทิตย์เดียวก็เลิกครับ 555 ผมเคยทำมาแล้ว

  1. ลง VS Code ก่อน เป็นโปรแกรมฟรีของ Microsoft โหลดที่ code.visualstudio.com
  2. เปิด VS Code ไปที่แถบ Extensions (รูปบล็อกสี่เหลี่ยมด้านซ้าย) ค้นคำว่า "Claude Code" กด Install แล้วล็อกอินด้วยบัญชี Claude ของคุณ
  3. สร้างโฟลเดอร์เปล่าไว้ 1 อัน ตั้งชื่อเป็นชื่อแบรนด์คุณ แล้วเปิดมันใน VS Code เท่านี้พร้อมสั่งงานแล้ว
  4. ถ้ายังงงตรงนี้ ผมทำ คลิปสอน Claude Code ตั้งแต่ศูนย์ ไว้ให้แล้ว ดูจบแล้วค่อยกลับมาทำต่อได้เลย

ขั้นที่ 2: ติดตั้ง skill ฟรีทั้ง 7 ตัว

เปิดช่องแชท Claude Code ขึ้นมา แล้วพิมพ์ 2 บรรทัดนี้ ทีละบรรทัด พิมพ์ในช่องแชทนะครับ ไม่ใช่ที่อื่น

พิมพ์ในช่องแชท ทีละบรรทัด
/plugin marketplace add Blotato-Inc/blotato-skills /plugin install blotato@blotato-skills

บรรทัดแรกคือบอกมันว่า "คลังของฟรีอยู่ที่นี่" บรรทัดที่สองคือ "ติดตั้งชุดนี้ให้หน่อย" เสร็จแล้วพิมพ์ /blotato เพื่อดูว่า skill ครบ 7 ตัวไหม

หน้าจอ VS Code กับช่อง Claude Code ตอนติดตั้ง skill ฟรีของ Blotato ครบ 7 ตัว
ภาพจำลองหน้าจอ (ไม่ใช่ภาพถ่ายหน้าจอจริง) แถบซ้ายคือโฟลเดอร์ของคุณ ขวาคือช่องแชท Claude Code สังเกตว่า 2 บรรทัดนั้นพิมพ์ในช่องแชท ไม่ใช่หน้าจอดำ

ถ้าคุณใช้ Claude แบบที่เข้าไฟล์ในเครื่องไม่ได้ ก็ยังใช้ได้ครับ แต่ต้องเอาไฟล์ skill ไปอัปโหลดเองทีละตัว วิธีนั้นเขาเขียนไว้ที่ help.blotato.com/claude-skills ผมไม่แนะนำถ้าเพิ่งเริ่ม เพราะทำแล้วเหนื่อยกว่าเยอะ

ขั้นที่ 3: ให้มันสัมภาษณ์เรา

ขั้นนี้คือหัวใจของทั้งเรื่องครับ ถ้าข้ามขั้นนี้ ต่อให้ลง skill ครบ งานที่ได้ก็ยังกลางๆ เหมือนเดิม เพราะมันยังไม่รู้จักเรา

ไม่ต้องนั่งเขียนไฟล์เองนะครับ ให้มันถามเราแล้วเขียนให้

Prompt ตั้งไฟล์แบรนด์ (ก็อปไปวางได้เลย)
ใช้ skill brand-brief สัมภาษณ์ผมหน่อยครับ ถามทีละคำถาม รอผมตอบก่อนค่อยถามข้อต่อไป ห้ามถามรวดเดียว ถามเป็นภาษาไทย ตอบเสร็จแล้วเขียนเป็นไฟล์ brand-brief.md ในโฟลเดอร์นี้ให้เลย เนื้อหาข้างในเขียนเป็นภาษาไทย ตรงไหนที่ผมตอบไม่ชัด ให้ถามซ้ำ ห้ามเดาแทนผม ตรงไหนที่ผมยังไม่มีข้อมูล ให้เว้นไว้แล้วบอกผมว่ายังขาดอะไร

คำถามที่มันถามจะประมาณว่า ขายอะไร ลูกค้าเป็นใคร อยากให้คนอ่านทำอะไรต่อ มีเรื่องอะไรของตัวเองเล่าได้บ้าง และเสียงที่เราพูดเป็นแบบไหน ตอบตามจริงครับ อย่าตอบให้มันดูดี เพราะมันจะเอาไปใช้เขียนทุกโพสต์หลังจากนี้

ขั้นที่ 4: วางกติกาบ้าน

ไฟล์สุดท้ายที่ต้องมีชื่อว่า CLAUDE.md ตัวพิมพ์ใหญ่ทั้งหมด วางไว้ชั้นนอกสุดของโฟลเดอร์ ชื่อนี้เป็นชื่อเฉพาะที่ Claude Code มองหาเองอยู่แล้ว แปลว่ามันอ่านไฟล์นี้ทุกครั้งที่เปิดโฟลเดอร์ โดยเราไม่ต้องสั่งซ้ำ

เนื้อในคือกฎที่เราไม่อยากบอกซ้ำทุกวัน ของผมเขียนไทยล้วนแบบนี้ครับ ก็อปไปแก้เป็นของคุณได้เลย

ไฟล์ CLAUDE.md (ก็อปไปแก้เป็นของคุณ)
# กติกาของโฟลเดอร์นี้ ก่อนเริ่มงานคอนเทนต์ทุกครั้ง ให้อ่าน brand-brief.md ก่อนเสมอ ห้ามเริ่มเขียนก่อนอ่าน ภาษา: - งานที่จะโพสต์จริง เขียนภาษาไทยแบบพูด ใช้สรรพนามว่า "ผม" - คุยกับผมในแชท ตอบไทยได้เลย - ห้ามใช้ขีดยาว (em dash) เด็ดขาด ใช้จุด คอมมา วงเล็บ หรือขึ้นบรรทัดใหม่แทน กฎเวลาเขียน: - ทุกโพสต์ต้องมีเรื่องจริงของผมอย่างน้อย 1 อย่าง ถ้าไม่มี ให้ถามผมก่อน ห้ามแต่งขึ้นมาเอง - ตัวเลขทุกตัวต้องมาจากผม ห้ามเติมเลขเองเด็ดขาด - ห้ามใช้คำโฆษณาลอยๆ เช่น "ปลดล็อกศักยภาพ" "เปลี่ยนชีวิต" ก่อนส่งงานให้ผม: - ให้ใช้ skill post-grader ตรวจงานตัวเองก่อนทุกครั้ง - ถ้าได้ต่ำกว่า 8 เต็ม 10 ให้แก้เองก่อน 1 รอบ แล้วค่อยส่ง - ส่งมาพร้อมบอกว่าได้กี่คะแนน และแก้อะไรไปบ้าง
จบขั้นที่ 4 แล้วโฟลเดอร์จะหน้าตาแบบนี้
โฟลเดอร์แบรนด์ของคุณ/ ├── brand-brief.md # ขายอะไร ให้ใคร พูดยังไง (มันเขียนให้) └── CLAUDE.md # กติกาบ้านนี้ (คุณก็อปไปวาง)

เท่านี้ครับ 2 ไฟล์ ไม่ต้องมีมากกว่านี้ในวันแรก ที่เหลือมันจะค่อยๆ งอกเองตอนใช้งานจริง

04เวลาใช้จริง ผมสั่งมันว่าอะไร

ส่วนนี้คือที่คนอยากเห็นเวลาผมโชว์ครับ ผมใช้มันอยู่ 3 ท่า วนแบบนี้ทุกวัน

ท่าที่ 1: ตอนคิดไม่ออก

ตอนที่หัวว่างเปล่า ผมไม่ถามมันว่า "คิดหัวข้อให้หน่อย" เพราะถามแบบนั้นได้หัวข้อกลางๆ กลับมาทุกที ผมโยนของดิบเข้าไปแทน แล้วให้มันเป็นคนหาว่าอันไหนน่าเล่า

Prompt ตอนคิดไม่ออก (ก็อปไปวางได้เลย)
อ่าน brand-brief.md ก่อนนะครับ อาทิตย์นี้ผมเจอเรื่องพวกนี้: - [เรื่องที่เพิ่งเกิดกับคุณ เขียนสั้นๆ 3 ถึง 5 บรรทัด] - [คำถามที่ลูกค้าเพิ่งถามมา] - [อะไรที่คุณทำแล้วพัง แล้วแก้ยังไง] เลือกมา 3 เรื่องที่ลูกค้าของผมน่าจะสนใจที่สุด แล้วบอกผมทีละเรื่องว่า - ทำไมเรื่องนี้ถึงน่าเล่า - คนอ่านจะได้อะไรกลับไป - ควรลงแพลตฟอร์มไหน ยังไม่ต้องเขียนโพสต์นะ ผมจะเลือกก่อน

ที่ต้องให้มันหยุดก่อนเขียน เพราะถ้าหัวข้อผิดตั้งแต่แรก ที่เหลือเสียเปล่าหมดครับ ยอมเสียสิบวินาทีเลือกหัวข้อ ดีกว่ามาอ่านโพสต์เต็มที่ผิดทางทั้งอัน

ท่าที่ 2: ตอนเขียน

พอเลือกหัวข้อได้แล้ว สั่งสั้นๆ พอครับ เพราะข้อมูลทั้งหมดมันอ่านไปแล้วจากไฟล์

Prompt ตอนสั่งเขียน
เอาเรื่องที่ 2 ไปเขียนเป็นโพสต์ Facebook ให้หน่อยครับ ก่อนเขียน ขอประโยคเปิดมาให้ผมเลือก 3 แบบก่อน ห้ามสปอยล์คำตอบตั้งแต่ประโยคแรก ให้อยากอ่านต่อ ผมเลือกแล้วค่อยเขียนเต็ม เขียนเสร็จให้ตรวจตัวเองด้วย post-grader ก่อนส่งผม บอกคะแนนกับสิ่งที่แก้ไปมาด้วย

ท่าที่ 3: ตอนตรวจ (ท่าที่ผมใช้บ่อยที่สุด)

ตัว post-grader ให้คะแนน 7 หัวข้อ แต่ที่สำคัญคือมันถ่วงน้ำหนัก ประโยคเปิดไว้ถึง 50% ครับ แปลว่าต่อให้เนื้อในดีแค่ไหน ถ้าประโยคแรกไม่หยุดคนได้ คะแนนรวมก็ไม่ขึ้น ซึ่งผมว่าตรงกับความจริงบนฟีดมาก

อีกอย่างที่ผมชอบคือเขาตั้งเกณฑ์ไว้แรงครับ ในคู่มือของ skill เขียนไว้เลยว่า 7 คือดี 8 คือแข็งแรง ส่วน 10 ไม่มีอยู่จริง เพราะฉะนั้นอย่าตกใจถ้ารอบแรกได้ 6 กว่าๆ ของผมก็ได้แบบนั้นบ่อย

ตัวอย่างผลตรวจจาก post-grader ให้คะแนน 6.4 เต็ม 10 พร้อมบอก 3 อย่างที่ต้องแก้
ภาพจำลองหน้าจอ (ไม่ใช่ภาพถ่ายหน้าจอจริง) หน้าตาผลตรวจที่ได้ ตัวเลขในภาพเป็นตัวอย่าง สิ่งที่ใช้จริงคือช่องขวาสุด ที่บอกว่าตรงไหนพัง

เวลาอ่านผลตรวจ ผมไม่ได้ดูคะแนนรวมเป็นหลักครับ ผมดู 3 บรรทัดล่างสุดที่บอกว่าต้องแก้อะไร แล้วแก้ตามนั้นทีละข้อ ปกติแก้แค่ประโยคเปิดอย่างเดียว คะแนนก็ขยับขึ้นเยอะแล้ว

Dew Dewviko

ข้อดีที่ผมไม่ได้คาดไว้ตอนแรกคือ มันทำให้ผมกล้าทิ้งงานตัวเองครับ เมื่อก่อนเขียนเสร็จแล้วเสียดาย โพสต์ไปทั้งที่รู้อยู่แก่ใจว่าประโยคแรกมันอ่อน พอมีตัวให้คะแนนที่ไม่ถนอมน้ำใจ ผมกลับไปเขียนใหม่ง่ายขึ้นเยอะ 555

05ข้อจำกัดที่ต้องรู้ก่อน

ผมไม่อยากให้ใครไปลงแล้วผิดหวัง ของชุดนี้มีจุดที่คนไทยจะเจอแน่ๆ ครับ ส่วนใหญ่วนอยู่แถวนี้

ข้อ 1: กฎบางข้อของมันเขียนมาจากมุมภาษาอังกฤษ

ตอนตรวจงาน มันมีรายการกฎภาษาที่เช็คให้ด้วย ซึ่งบางข้อเป็นเรื่องของภาษาอังกฤษล้วนๆ เช่นให้ใช้คำย่ออย่าง don't แทน do not หรือห้ามใช้คำเติมอย่าง really กับ just พวกนี้เอามาใช้กับภาษาไทยไม่ได้

วิธีแก้ง่ายมากครับ เขียนกฎภาษาไทยของเราทับลงไปในไฟล์ CLAUDE.md (ผมใส่ตัวอย่างไว้ให้แล้วในขั้นที่ 4) เพราะกติกาในไฟล์นั้นจะทับกฎกลางของ skill เสมอ ของผมมีกฎห้ามใช้ขีดยาวกับห้ามเติมตัวเลขเองอยู่ในนั้น

ข้อ 2: มันให้คะแนน "โอกาสคนหยุดอ่าน" ไม่ได้ให้คะแนน "จริงหรือเปล่า"

ตัวตรวจงานเขาดูว่าโพสต์นี้น่าจะไปได้ไกลแค่ไหน ไม่ได้ดูว่าข้อมูลถูกไหม เพราะฉะนั้นตัวเลขทุกตัวในโพสต์ ยอดขาย ยอดวิว เปอร์เซ็นต์ ต้องเป็นตัวเลขจริงของคุณเท่านั้น ถ้าเห็นตัวเลขที่คุณไม่ได้บอกมันไป ให้ลบทิ้งทันที อย่าปล่อยผ่านเพราะมันดูดี

ข้อ 3: ความรู้สึกจริง มันเขียนแทนไม่ได้

ทุกโพสต์ที่ออกมา ผมยังต้องเข้าไปแก้เองประมาณ 20 เปอร์เซ็นต์ครับ ส่วนที่แก้คือตอนที่ผมรู้สึกยังไงจริงๆ ตอนนั้นกลัวอะไร เสียดายอะไร ตรงนี้ไม่มีทางมาจากไฟล์ได้ เพราะเราไม่เคยเขียนมันลงไป

กฎที่ผมยึดไว้ข้อเดียว

ทุกครั้งที่คุณแก้งานมัน อย่าแก้เฉยๆ ครับ ให้ถามตัวเองว่าทำไมถึงต้องแก้ แล้วเอาคำตอบไปเติมใน CLAUDE.md ครั้งหน้าจะไม่ต้องแก้เรื่องเดิมอีก ระบบมันฉลาดขึ้นทุกอาทิตย์แบบนี้ โดยที่เราไม่ต้องไปเรียน prompt เพิ่มเลย

7
skill ฟรีที่ลง
2
ไฟล์ที่ต้องมี
0
connector ถ้าใช้แค่คิดกับตรวจ
20%
งานที่เหลือของคุณ

0630 นาทีแรก ทำแค่นี้พอ

อย่าเพิ่งไปตั้งครบทุกอย่างวันนี้ครับ เดี๋ยวเหนื่อยแล้วเลิกกลางทาง เอาแค่นี้ก่อน

  1. ลง VS Code กับ Claude Code แล้วสร้างโฟลเดอร์เปล่า เปิดมันขึ้นมา (10 นาที)
  2. พิมพ์ 2 บรรทัดในขั้นที่ 2 เพื่อลง skill ฟรีทั้งชุด แล้วพิมพ์ /blotato เช็คว่าครบ 7 ตัว (5 นาที)
  3. ยิง prompt ในขั้นที่ 3 ให้มันสัมภาษณ์คุณ ตอบตามจริง จนได้ไฟล์ brand-brief.md (10 นาที)
  4. เอาโพสต์เก่าของคุณเองมา 1 อัน วางให้มันแล้วบอกว่า "ตรวจให้หน่อย ให้คะแนนตรงๆ" (5 นาที)

ข้อสุดท้ายนี่แหละครับที่ผมอยากให้ลองที่สุด เอาโพสต์ที่คุณเคยภูมิใจไปให้มันตรวจ แล้วดูว่ามันจับอะไรได้บ้างที่คุณไม่ทันเห็น ผมว่าอันนั้นจะทำให้คุณเชื่อมันมากกว่าอ่านหน้านี้จบทั้งหน้าอีก

Dew สรุปแบบดิววิโกะ

ลอกไฟล์ผมไปก็ไม่ได้ผลแบบผมหรอกครับ เพราะเรื่องที่อยู่ในไฟล์เป็นเรื่องของคุณคนเดียว

ของผมเองก็ยังแก้ไฟล์กติกาอยู่แทบทุกอาทิตย์ ส่วนใหญ่แก้ตอนที่เจอว่ามันเขียนอะไรแบบที่ผมไม่พูด แล้วผมขี้เกียจบอกซ้ำ

ลองตั้งดูวันนี้ แล้วมาเล่าให้ผมฟังหน่อยครับ ว่าโพสต์แรกที่คุณให้มันตรวจ ได้กี่คะแนน 555

Dew

อยากได้ guide แบบนี้อีก?

ผมเขียนเรื่อง AI ใช้ได้จริงกับงานประจำวัน ทั้ง Claude Code คอนเทนต์ automation
ใส่อีเมลไว้ เดี๋ยวส่งของใหม่ให้ถึงกล่องเลยครับ

ไม่สแปม ยกเลิกได้ทุกเมื่อ