DEWVIKO · AI CAREER

อาชีพใหม่ที่บริษัทเริ่มจ้าง
คนคุมทีม AI
และมันไม่ใช่งานสายโค้ด

Harvard Business Review ลงบทความเรื่องนี้ตั้งแต่ ก.พ. 2026 ส่วน Microsoft บอกว่า 28% ของผู้บริหารกำลังคิดจะจ้างตำแหน่งแบบนี้ใน 12 ถึง 18 เดือน หน้านี้ดิวรวมไว้ให้ครบ ทั้งเส้นทางเรียนฟรีจาก Anthropic 4 คอร์ส ไฟล์ทีม agent 3 ตัวที่ก็อปไปวางได้เลย กับฟอร์ม scorecard ที่เอาไปวางตอนสัมภาษณ์

ก่อนเริ่มอ่าน ฝากอันเดียวครับ: ผมเปิด community ฟรีชื่อ One Percent AI ไว้สอนเรื่อง AI ใช้ได้จริงแบบเดียวกับที่เล่าในหน้านี้ ทำตามแล้วติดตรงไหน สั่งมันไม่ออก เข้ามาถามกันได้เลย

เข้า One Percent AI (ฟรี)
ในหน้านี้มีอะไรบ้าง
00 ตำแหน่งนี้คืออะไร แล้วใครกำลังจ้างจริง 01 ทำไม "ใช้ AI เป็น" ถึงยังหางานไม่ได้ 02 เรียนฟรี 4 คอร์สจาก Anthropic Academy 03 สร้างของ ตั้งทีม agent 3 ตัว (ก็อปไปวางได้) 04 scorecard หน้าเดียว ที่เอาไปโชว์ตอนสัมภาษณ์ 05 ศัพท์ที่ต้องพูดให้เป็น

00ตำแหน่งนี้คืออะไร แล้วใครกำลังจ้างจริง

ชื่อที่คนเรียกกันตอนนี้คือ Agent Manager บางที่เรียก AI workforce manager

หน้าที่มันคือคุมทีมที่มีทั้งคนและ AI agent ทำงานปนกัน แบ่งงานว่าตัวไหนทำอะไร ตีกรอบว่าตัวไหนแตะอะไรได้ วางจุดตรวจก่อนงานออกไปข้างนอก แล้วตามอ่านย้อนหลังว่ารอบนี้ใครพลาดตรงไหน

ที่ผมเช็คมาแล้วว่าเป็นของจริง มีสองแหล่ง

ระวังตัวเลขเงินเดือนที่แชร์กันในคลิป ดิวเห็นคลิปที่บอกว่าตำแหน่งนี้ได้ปีละ 260,000 ดอลลาร์ ไปไล่เช็คมาแล้วมันคนละตำแหน่งกันครับ ตัวเลขนั้นเป็นของ Chief AI Officer ซึ่งเป็นระดับผู้บริหาร ส่วน AI Agent Manager จริงๆ อยู่ราวๆ 103,000 ดอลลาร์ ขึ้นไปถึงประมาณ 175,000 ถ้ามีประสบการณ์ ยังเป็นเลขที่ดีมาก แต่ดิวไม่อยากให้ใครเข้าไปด้วยความคาดหวังผิดๆ

อีกอย่างที่ดิวชอบ คือเขาไม่ได้หาสายโค้ด ตำแหน่งแบบนี้เขามองหาคนที่มาจากสาย operations, project management, HR มากกว่าด้วยซ้ำ เพราะเนื้องานจริงมันคือการจัดคน แค่คนที่จัดมันเป็น AI

Dew Dewviko

ผมเรียนจบช่างก่อสร้างมานะครับ ไม่ได้จบคอม 555 แต่ที่ทำระบบ AI ให้ตัวเองใช้ได้ทุกวันนี้ มันมาจากทักษะคุมงานล้วนๆ คือรู้ว่าใครทำอะไรได้แค่ไหน แล้วต้องไปยืนดูตรงไหน

ถ้าใครเคยคุมทีม เคยคุมไซต์ เคยคุมโปรเจกต์ ดิวว่าคุณได้เปรียบคนจบสายโค้ดในเรื่องนี้ด้วยซ้ำ

01ทำไม "ใช้ AI เป็น" ถึงยังหางานไม่ได้

อันนี้คือจุดที่ผมว่าคนพลาดกันเยอะสุด

"ใช้ AI เป็น" กับ "คุมทีม AI เป็น" มันคนละเรื่องกันเลย

อย่างแรกพิสูจน์ในใบสมัครไม่ได้ ใครๆ ก็เขียนได้ว่าตัวเองใช้ ChatGPT คล่อง ใช้ Claude เป็น แต่พอถามต่อว่าแล้วมีอะไรให้ดูมั้ย ก็เงียบ

อย่างที่สองมันมีของให้ดู เพราะมันเหลือร่องรอยไว้เสมอ ไฟล์ตั้งค่า log การทำงาน จุดที่คุณตีกลับ เหตุผลที่ตีกลับ

เพราะงั้นแผนของหน้านี้เลยมีแค่สองท่อน เรียนให้รู้ทฤษฎีก่อน แล้วรีบไปทำของจริงออกมา 1 ชิ้น

02เรียนฟรี 4 คอร์สจาก Anthropic Academy

ก่อนจะไปเสียตังค์ค่าคอร์ส AI ที่ยิง ads กันเต็มฟีด ลองอันนี้ก่อน

เจ้าของ Claude เขาเปิดคอร์สของตัวเองไว้ ชื่อ Anthropic Academy ฟรีทั้งหมด สมัครด้วยอีเมลอย่างเดียว ไม่ต้องมีบัตรเครดิต ไม่ต้องมี API key เรียนจบมีใบเซอร์ที่มีลิงก์ตรวจสอบได้ เอาไปแปะ LinkedIn ได้เลย

หน้าคอร์สของ Anthropic Academy
ดิวแคปมาจากหน้าเว็บจริง สองตัวนี้คือตัวที่เกี่ยวกับการคุมทีม agent ตรงๆ

ในนั้นมีเป็นสิบคอร์ส ดิวไล่ดูมาหมดแล้ว ถ้าเริ่มวันนี้ ดิวจะเรียง 4 ตัวนี้

สองตัวแรกใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมง ที่เหลือสั้นกว่านั้น

อย่าหยุดไว้แค่ใบเซอร์ ใบเซอร์ฟรีมันดีตรงที่มันฟรี แต่มันก็แปลว่าใครก็มีได้ ของที่ทำให้คุณต่างจากคนอื่นอยู่ในหัวข้อถัดไป

03สร้างของ ตั้งทีม agent 3 ตัว

อันนี้คือส่วนที่เอาไปโชว์ได้จริง ใช้เวลาบ่ายเดียว

ใน Claude Code เราตั้ง agent ได้ด้วยการสร้างไฟล์ markdown ในโฟลเดอร์ .claude/agents/ ของโปรเจกต์ ไฟล์เดียวคือ agent หนึ่งตัว

ทีมที่ดิวแนะนำให้ทำเป็นชิ้นแรกมี 3 ตัว หาข้อมูล ร่างงาน ตรวจงาน จุดสำคัญไม่ได้อยู่ที่คำสั่งนะครับ มันอยู่ที่บรรทัด tools ต่างหาก เพราะนั่นคือกรอบว่าแต่ละตัวแตะอะไรได้บ้าง

1 ตัวหาข้อมูล

ตัวนี้ค้นได้อ่านได้ แต่เขียนไฟล์ไม่ได้เลย สร้างไฟล์ .claude/agents/researcher.md

researcher.md
--- name: researcher description: หาข้อมูลและรวบรวมแหล่งอ้างอิงให้ทีม อ่านได้อย่างเดียว แก้ไฟล์งานไม่ได้ tools: Read, Glob, Grep, WebSearch, WebFetch model: haiku --- หน้าที่ของคุณคือหาข้อมูลให้ทีม แล้วส่งต่อให้ตัวร่างงาน ต้องทำ: - ค้นหาข้อมูลที่เกี่ยวข้อง แล้วสรุปเป็นข้อๆ - แนบลิงก์หรือชื่อไฟล์ต้นทางทุกครั้ง ห้ามสรุปลอยๆ - ถ้าหาไม่เจอ ให้บอกว่าหาไม่เจอ ห้ามเดา ห้ามทำ: - ห้ามเขียนหรือแก้ไฟล์ใดๆ - ห้ามสรุปความเห็นแทนคน หน้าที่คุณคือเอาของมาวาง

2 ตัวร่างงาน

ตัวเดียวในทีมที่เขียนไฟล์ได้ สร้างไฟล์ .claude/agents/drafter.md

drafter.md
--- name: drafter description: เขียนร่างจากข้อมูลที่ researcher หามา เป็นตัวเดียวในทีมที่แก้ไฟล์ได้ tools: Read, Write, Edit, Glob, Grep model: sonnet --- หน้าที่ของคุณคือเขียนร่างจากของที่ researcher หามาให้ ต้องทำ: - เขียนจากข้อมูลที่ได้รับเท่านั้น - ถ้าข้อมูลไม่พอ ให้บอกว่าตรงไหนขาด แล้วหยุด อย่าเติมเอง - เขียนเสร็จแล้วบอกว่าแก้ไฟล์ไหนไปบ้าง ห้ามทำ: - ห้ามแตะไฟล์นอกโฟลเดอร์ที่ได้รับมอบหมาย - ห้ามส่งงานออกไปข้างนอกเอง ต้องให้คนกดผ่านก่อนเสมอ

3 ตัวตรวจงาน

ตัวนี้จับผิดได้อย่างเดียว แก้เองไม่ได้ ตั้งใจให้เป็นแบบนั้น เพราะถ้าคนตรวจแก้เองได้ มันจะไม่เหลือร่องรอยว่าอะไรผิด สร้างไฟล์ .claude/agents/reviewer.md

reviewer.md
--- name: reviewer description: ตรวจงานที่ drafter เขียน ชี้จุดที่ผิดได้ แต่แก้เองไม่ได้ tools: Read, Glob, Grep model: sonnet --- หน้าที่ของคุณคือตรวจงานที่ drafter เขียน แล้วรายงานกลับ ต้องทำ: - เทียบร่างกับข้อมูลต้นทางว่าตรงกันจริงมั้ย - ชี้จุดที่ผิด พร้อมบอกบรรทัดหรือหัวข้อ - ตัดสินให้ชัดว่า ผ่าน หรือ ตีกลับ เลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง ห้ามกั๊ก ห้ามทำ: - ห้ามแก้ไฟล์เอง หน้าที่คุณคือบอกว่าอะไรผิด ไม่ใช่ซ่อมให้ - ห้ามผ่านงานที่ยังอ้างอิงไม่ครบ
Dew Dewviko

ตรงที่คนสัมภาษณ์จะสนใจจริงๆ ไม่ใช่ว่าคุณตั้ง agent กี่ตัวนะครับ มันคือบรรทัด tools ที่คุณตัดออก

ตัวตรวจงานที่แก้ไฟล์ไม่ได้ มันบอกคนอ่านว่าคุณคิดเรื่องการแบ่งอำนาจมาแล้ว ไม่ได้แค่เปิดสามหน้าต่างแล้วเรียกมันว่าทีม

4 วางจุดที่คนต้องกดผ่าน

พอมีสามตัวแล้ว ให้สั่งงานจริง 1 งาน แล้ววางเงื่อนไขไว้ว่างานจะออกไปข้างนอกไม่ได้จนกว่าคุณจะกดผ่านเอง

ศัพท์ที่เขาใช้เรียกอันนี้คือ human in the loop จำคำนี้ไว้ เพราะมันจะโผล่มาตอนสัมภาษณ์แน่ๆ

แล้วสำคัญมาก คือ ให้ตีกลับสัก 1 ครั้ง อย่าปล่อยผ่านรอบเดียวจบ เพราะรอบที่ตีกลับนี่แหละคือของที่มีค่าที่สุด มันคือหลักฐานว่าคุณดูออกว่าอะไรไม่ผ่าน

04scorecard หน้าเดียว ที่เอาไปโชว์ตอนสัมภาษณ์

พองานจบ 1 รอบ ให้เปิด log ย้อนดูว่าแต่ละตัวทำอะไรไปบ้าง แล้วเขียนลงกระดาษหน้าเดียว

ดิวทำฟอร์มไว้ให้แล้ว ก็อปไปวางใน Google Docs หรือ Notion ได้เลย

agent-scorecard.md
# Agent Team Scorecard งานที่สั่ง: (เขียนงานจริงที่ให้ทีมทำ 1 บรรทัด) วันที่รัน: รอบที่ตีกลับ: 1 ## คะแนนรายตัว (เต็ม 5) | agent | หน้าที่ | ความถูกต้อง | อยู่ในกรอบ | ต้องแก้มือ | คะแนน | |---|---|---|---|---|---| | researcher | หาข้อมูล | | | | /5 | | drafter | ร่างงาน | | | | /5 | | reviewer | ตรวจงาน | | | | /5 | ## รอบที่ตีกลับ เกิดอะไรขึ้น - ตัวไหนพลาด: - พลาดเรื่องอะไร: - ดักไว้ได้ตรงไหน: - แก้ที่ไฟล์ไหน แก้ว่าอะไร: ## สิ่งที่แก้ในระบบหลังจากรอบนี้ - (เช่น ตัด tool ออกจาก agent ตัวไหน เพิ่มเงื่อนไขห้ามอะไร) ## ถ้าให้รันใหม่ จะเปลี่ยนอะไร -

กระดาษแผ่นนี้แหละคือของที่เอาไปวางตอนสัมภาษณ์ มันบอกว่าคุณคุมทีมเป็น ไม่ใช่แค่พิมพ์ prompt เป็น

ช่องที่คนอ่านจะสนใจที่สุดคือช่อง "แก้ที่ไฟล์ไหน แก้ว่าอะไร" เพราะมันแปลว่าคุณไม่ได้แค่บ่นว่า AI มันโง่ แต่คุณเข้าไปแก้ระบบให้มันไม่พลาดซ้ำ

05ศัพท์ที่ต้องพูดให้เป็น

ถ้าจะไปคุยกับคนที่จ้างตำแหน่งนี้ มีคำที่ต้องพูดให้ถูก ไม่เยอะ

ไม่ต้องท่องนะครับ แค่ทำตามหัวข้อ 03 กับ 04 จบ คำพวกนี้จะกลายเป็นของที่คุณเคยทำมาเองแล้วทั้งหมด

สรุปแบบดิววิโกะ

ทั้งหน้านี้เหลือแค่ 4 บรรทัด

ดิวไม่ได้จะบอกว่าทำสี่ข้อนี้แล้วจะได้งานนะครับ อันนั้นมันเกินที่ดิวจะสัญญาได้

แต่ที่ดิวมั่นใจคือ ถ้าไปนั่งคุยกับใครแล้วมีกระดาษแผ่นนึงวางบนโต๊ะ มันคนละเรื่องกับการนั่งบอกว่าตัวเองใช้ AI เป็นเฉยๆ

ใครลองทำแล้ว scorecard ออกมาหน้าตาเป็นยังไง ส่งมาให้ดิวดูหน่อยนะครับ อยากเห็นจริงๆ

Dewviko

Dew

อยากคุมทีม AI ได้จริง ไม่ใช่ตั้งไฟล์ตามบทความแล้วจบ

ดิวเปิดคลับชื่อ AI AllRounder Club Pro ไว้ครับ
ข้างในเป็นเส้นทางแบบ step by step ที่ดิวเดินมาเองแล้ว

Context สร้างสมองให้ AI รู้จักธุรกิจคุณ
Connections ต่อเข้ากับแอปที่คุณใช้จริง
Capabilities สร้างสกิลให้มันทำงานแทน
Cadence ระบบที่วิ่งเองตอนคุณหลับ

มี Onboarding คุยกับดิวเพื่อวางเส้นทางให้ว่าของคุณควรเริ่มตรงไหน
ไม่ต้องมีพื้นฐาน AI มาก่อน ไม่ต้องเขียนโค้ด แค่คุยกับ AI เป็นภาษาคนปกติ

ดูรายละเอียดคลับ เริ่มต้น 1,300 บาท
ลงมือทำแล้วยังไม่เห็นสัญญาณว่าใช้ AI ช่วยงานได้จริง คืนเงิน 100%