นี่คือ tech stack ที่ทำเงินให้ผมแบบอัตโนมัติ ตั้งแต่คนกดจ่าย ยันของส่งถึงมือเขาเอง ผมจะพาทำตั้งแต่ 0 สมัคร Stripe สร้าง automation ทีละโหนด แถมไฟล์ template ให้โหลดไปใช้ฟรี แต่ก่อนจะไปตรงนั้น มีของ 3 อย่างที่ต้องมีก่อน ไม่งั้นระบบนี้ก็ว่างเปล่า
ก่อนเริ่มอ่าน ฝากอันเดียวครับ: ผมเปิด community ฟรีชื่อ One Percent AI ไว้สอนเรื่อง AI แบบเดียวกับ guide นี้ ทั้งของที่เขียนลงบล็อกและของที่ยังไม่ได้เขียน ทำระบบขายอัตโนมัติแบบนี้แล้วติดตรงไหนก็เข้ามาถามกันได้เลย
เข้า One Percent AI (ฟรี)ถ้าเพิ่งเริ่ม ไม่ต้องเครียดกับคำพวกนี้นะครับ ผมสรุปให้แบบบ้านๆ ไว้ตรงนี้ก่อน อ่านผ่านๆ พอ เดี๋ยวในบทความเจอที่ไหนก็ค่อยย้อนมาดูได้
"พี่ดิวใช้ตัวไหนต่อ Stripe" มีคนทักมาถามผมแบบนี้เกือบทุกอาทิตย์ ทั้งที่ยังไม่มีอะไรจะขายด้วยซ้ำ 555
เข้าใจนะ ระบบมันดูเท่ แต่ automation คือตัวสุดท้าย ไม่ใช่ตัวแรก ลำดับจริงมันเป็นแบบนี้
ข้าม 1-3 ไป automation ก็แค่ท่อเปล่า ไล่ทีละอันเลย
สกิลในที่นี้ไม่ได้แปลว่าต้องเก่งระดับเทพ แค่ทำบางอย่างได้ดีกว่าคนที่กำลังจะจ่ายเงินให้คุณ ก็พอแล้ว
คุณแค่ต้องนำหน้าคนที่จะซื้อสัก 1-2 สเต็ป เขาก็ยอมจ่ายเพื่อประหยัดเวลาแล้ว
Dewvikoของผมคือ AI สร้างวิดีโอกับรูป ตอนแรกไม่ได้เก่งอะไรเลย แค่ลองก่อนคนอื่นในไทย ลองจนเจ็บ (มีรอบนึงเสียเงินไปกับซับสคริปชั่น AI ที่สุดท้ายไม่ได้ใช้เลยสักตัว เรื่องนั้นไว้เล่าวันหลัง) จนได้วิธีที่เวิร์ก พอมีคนมาถามเยอะๆ ถึงรู้ว่าอันนี้แหละคือสกิลที่ขายได้ ไม่ใช่รอจนเก่งสุดแล้วค่อยขาย รอแบบนั้นไม่มีวันได้ขายหรอกครับ
สกิลอยู่ในหัวคุณ ขายไม่ได้ ต้องห่อมันออกมาเป็น "ของ" ที่ส่งมอบซ้ำได้โดยที่คุณไม่ต้องอยู่ตรงนั้น
งานรับจ้างแลกเวลาเป็นเงิน เพดานคือ 24 ชม./วัน ดิจิทัลโปรดักต์ทำครั้งเดียว ขายได้ไม่จำกัด คนซื้อตอนตี 3 ก็ได้ของ โดยที่คุณหลับอยู่
สูตรง่ายๆ เอา "ผลลัพธ์ที่คนอยากได้" มาห่อในรูปแบบที่ส่งไฟล์ได้ ตัวอย่างจริงจากสกิลเดียวกัน แปลงได้หลายเลเวล
| สกิลที่คุณมี | แปลงเป็น product |
|---|---|
| ตัดต่อวิดีโอ | →เทมเพลต CapCut + preset สี ขายเป็นแพ็ก |
| เขียน prompt AI เก่ง | →prompt pack / Notion ไฟล์รวม prompt |
| ยิงแอดเป็น | →mini workshop อัดวิดีโอ + เช็คลิสต์ |
| ทำสไลด์สวย | →template สไลด์ Canva ขายซ้ำ |
| จัดระบบชีวิตด้วย Notion | →Notion template + คู่มือ |
Dewvikoของผมเริ่มจาก workshop อัดวิดีโอโยนใส่ Google Drive folder เดียว ไม่มีแพลตฟอร์มคอร์สแพงๆ อะไรทั้งนั้น ลูกค้าจ่ายเงิน ระบบส่งลิงก์ Drive ให้อัตโนมัติ จบ อย่าเพิ่งไปลงทุนทำ LMS อลังการตั้งแต่วันแรก เริ่มจาก Drive folder ก่อน ขายได้ค่อยอัปเกรด
มี product แล้วยังขายไม่ออก เพราะขาด offer ที่ชัด กับหน้าที่ทำหน้าที่ขายแทนคุณ ผมใช้ sales page หน้าเดียวปิดการขาย ไม่ต้องมานั่งตอบแชททีละคน
offer ไม่เท่ากับ product. product คือของ, offer คือของ + เหตุผลที่ต้องซื้อตอนนี้ + ราคาที่รู้สึกคุ้ม คนซื้อ offer ไม่ได้ซื้อ product เฉยๆ
ปุ่ม CTA สุดท้ายลิงก์ตรงเข้า Stripe payment link เลย กดจ่ายจบในหน้าเดียว
โครงมันเข้าใจง่าย แต่พอจะเขียนจริงหลายคนตัน ผมเลยเอาโครงข้างบนมาเขียนให้ดูจริงๆ 1 ชุด สมมติว่าคุณขาย "คอร์สสอนตัดต่อวิดีโอด้วยมือถือ ราคา 990" ก็อปแพทเทิร์นนี้ไปเปลี่ยนเป็นสินค้าคุณได้เลย ตรงสีเหลืองคือช่องที่ให้เติมของตัวเอง
Dewvikosales page ของผมทำหน้าที่เป็นเซลส์ที่ไม่เคยหลับ คนเข้ามาอ่านตอนไหนก็ปิดการขายให้ผมได้ ไม่ต้องส่งใบเสนอราคา ไม่ต้องต่อรอง ไม่ต้องส่ง QR code ให้ทีละคนเหมือนเมื่อก่อน กดปุ่มเดียวจบ
แต่มีเรื่องนึงที่ผมย้ำเสมอ: offer ที่ดีคือของที่คุ้มกว่าเงินที่เขาจ่ายจริงๆ ไม่ใช่เขียนให้มันดูคุ้ม เรามีหน้าที่ทำให้เขาเห็นมูลค่าที่มีอยู่จริง ไม่ใช่ปั้นตัวเลขหลอกให้เขากดจ่าย ขายแบบนั้นได้ครั้งเดียว แต่เสียลูกค้าไปตลอด
Stripe คือตัวรับเงินระดับโลก ผูกกับ sales page แล้วลูกค้าจ่ายได้เลยด้วยบัตร ไม่ต้องโอนแล้วส่งสลิปมาให้เช็คทีละคน นี่คือขั้นตอนสมัครตั้งแต่ยังไม่มีบัญชี
Stripe คิดค่าธรรมเนียมต่อรายการ ประมาณ 3-4% แล้วแต่ประเภทบัตร บวกเข้าไปในราคาได้เลย และต้องเปิด live mode + ยืนยันตัวตนเสร็จ ระบบถึงจะรับเงินจริง ไม่งั้นได้แค่ test
นี่คือหัวใจของระบบ พอลูกค้าจ่ายเงินผ่าน Stripe เสร็จ ระบบบันทึกลง Google Sheet แล้วส่งอีเมลพร้อมลิงก์สินค้าให้เขาเองภายในไม่กี่วินาที ผมไม่ต้องแตะเลย
ผมใช้ Activepieces (เครื่องมือ automation แบบต่อบล็อก ฟรีมี tier ให้ใช้) 4 โหนดต่อกัน แต่ละโหนดผมจะบอกเลยว่าต้องเตรียมอะไร ใส่ค่าอะไร ตรงไหน
Secret key (ขึ้นต้นด้วย sk_) ไว้ใช้ต่อ connectioncus_name | payment_amount | txn_id แล้วก็อป Sheet ID จาก URL (ก้อนยาวๆ ระหว่าง /d/ กับ /edit)จุดเริ่มของทั้ง flow พอมีคนจ่ายเงินสำเร็จบน Stripe โหนดนี้เด้งทำงานทันที แล้วดึงข้อมูลการจ่ายมาให้ทั้งก้อน (อีเมลลูกค้า, ยอดเงิน, payment_intent)
sk_...) จากข้อ 1 ด้านบนCheckout Session Completed (ไม่ใช่ event อื่น ไม่งั้นยิงผิดจังหวะ)โหนดเล็กๆ แต่พลาดไม่ได้ Stripe ส่งยอดเงินมาเป็น "สตางค์" ไม่ใช่บาท ลูกค้าจ่าย 990 บาท Stripe ส่งเลข 99000 มา โหนดนี้หารกลับ 100 ให้เป็น 990 ที่อ่านออก
amount_total จาก output ของ trigger (มันจะขึ้นให้เลือก ไม่ต้องพิมพ์เอง)100 ลงไปตรงๆเอาข้อมูลการจ่ายไปต่อท้ายชีตเป็นแถวใหม่ ได้ฐานลูกค้า + ประวัติการขายไปในตัว
customer_details.email จาก trigger (= อีเมลลูกค้า)payment_intent จาก trigger (= รหัสธุรกรรม)โหนดปิดจ๊อบ ส่งอีเมลพร้อมลิงก์สินค้าไปหาลูกค้าเองอัตโนมัติ
customer_details.email จาก trigger (ส่งเข้ากล่องลูกค้าที่เพิ่งจ่ายเลย)
Dewvikoพอโหนดนี้ทำงานเสร็จ ลูกค้าได้ของครบ โดยที่ผมยังไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่ามีคนซื้อ บางทีตื่นมาเปิด Sheet เจอแถวใหม่เพิ่มมาสามสี่แถวเงียบๆ 555
เป็นไฟล์เดียวกับที่ผมใช้จริง แต่ลบข้อมูลส่วนตัวออกหมดแล้ว (ชีต ID, ลิงก์สินค้าจริง, อีเมล, connection ทั้งหมด แทนด้วยช่องว่างให้คุณกรอกเอง)
ก่อนแชร์ flow ของตัวเองให้ใคร เช็คก่อนเสมอว่าไฟล์ export ไม่มีข้อมูลลับติดไปด้วย พวก Sheet ID, ลิงก์สินค้า, อีเมล, connection ID พวกนี้ถ้าหลุดคือคนอื่นเข้าถึงของคุณได้ ไฟล์ที่ผมแจกนี้ล้างออกหมดแล้ว กรอกของตัวเองทับได้เลย
สรุปแบบดิววิโกะระบบนี้ไม่ได้เท่ตรงที่มันซับซ้อน แต่เท่ตรงที่ตอนผมหลับ มันยังขายของอยู่
ย้ำอีกที automation คือตัวสุดท้าย ไม่ใช่ตัวแรก เริ่มจากสกิลที่มีอยู่แล้ววันนี้ ห่อเป็น product เล็กๆ ทำ sales page หน้าเดียว แล้วค่อยต่อระบบ
ขายได้ชิ้นแรกเมื่อไหร่ มาแปะให้ผมดูหน่อย อยากรู้จริงๆ ว่าใครจะปลุกผมตื่นด้วยยอดขายก่อนกัน 555
ผมเขียนเรื่อง AI ใช้ได้จริง ทั้งระบบขายอัตโนมัติ automation คอนเทนต์
ใส่อีเมลไว้ เดี๋ยวส่งของใหม่ให้ถึงกล่องเลยครับ