DEWVIKO · AI · SETUP GUIDE

5 ตัวที่เปิดไว้ใน Claude Code
จริงของผม อ่านจบต่อได้เลย

มีคนถามเข้ามาเยอะหลังผมโพสต์เรื่องนี้ นี่คือ setup guide เต็มๆ ครับ ทั้ง 5 ตัวที่ผมเปิดใช้จริงทุกวัน ไม่ใช่ทฤษฎีที่ก็อปมาจากใคร พร้อมวิธีต่อทีละสเต็ป กับความเห็นของผมว่าตัวไหนสำคัญสุด อ่านจบแล้วเอาไปต่อกับ Claude Code ของตัวเองได้ทันที

ในหน้านี้มีอะไรบ้าง
00 ทำไมเปิด Claude Code เปล่าๆ แล้วงานไม่นิ่ง 01 ให้มันเห็นทั้ง repo (Repo Map) 02 เช็ค brand rule ก่อนปล่อยงาน 03 เลือกโมเดลตามความยาก (Model Router) 04 ต่อ OpenArt MCP สร้างสื่อในหน้าต่างเดียว 05 Second Brain ความจำถาวรของ Claude 06 ใช้ทั้ง 5 ตัวเป็นระบบเดียว + ความเห็นผม

ทำไมเปิด Claude Code เปล่าๆ แล้วงานไม่นิ่ง

คนส่วนใหญ่เปิด Claude Code มาใช้ตรงๆ ไม่ได้ต่ออะไรเสริมเลย พอสั่งงานเล็กๆ มันก็เวิร์กแหละ แต่พอโปรเจกต์ใหญ่ขึ้น ซับซ้อนขึ้น มันเริ่มหลุดบริบท ลืมกฎที่เราวางไว้ ใช้โมเดลแพงเกินความจำเป็นกับงานง่ายๆ

ปัญหาไม่ได้อยู่ที่โมเดลไม่เก่งพอ ปัญหาคือเราไม่ได้ต่อระบบรอบตัวมันให้ครบ ผมเก็บของ 5 อย่างที่ผมต่อไว้จริงในเครื่องตัวเองมาเล่าให้ฟัง แต่ละตัวแก้ปัญหาคนละจุด ไม่ใช่ทำหน้าที่ซ้ำกัน

Dew Dewviko

ผมลองมาเยอะ สิ่งที่ทำให้ Claude Code เก่งขึ้นในมือผมไม่ใช่ prompt สวยๆ แต่คือระบบรอบตัวมัน พอมันเห็นทั้งภาพ จำได้ และรู้กฎของเรา งานที่ออกมาเลยเนี้ยบขึ้นเยอะ

01ให้มันเห็นทั้ง repo Repo Map

ก่อนเริ่มงานทุกครั้ง ผมให้ Claude อ่านโครงสร้างทั้ง repo ก่อน ไม่ใช่กระโดดเข้าไปแก้ไฟล์เดียวแบบเดาสุ่ม มันจะได้รู้ว่าไฟล์ไหนต่อกับอะไร มีไว้ทำไม

วิธีใช้ทีละสเต็ป

  1. เปิด Claude Code ในโฟลเดอร์โปรเจกต์ (ไม่ใช่เปิดไฟล์เดียว)
  2. ให้มันอ่าน README หรือ CLAUDE.md ของ repo ก่อนถ้ามี (ผมทำไฟล์ CLAUDE.md ไว้อธิบายโครงสร้างทั้งหมด)
  3. สั่งให้มันสรุปโครงสร้างกลับมาให้ฟังก่อน เช็คว่ามันเข้าใจถูกไหม
  4. ค่อยสั่งงานจริง มันจะรู้บริบทว่าไฟล์นี้เชื่อมกับระบบไหนบ้าง
Prompt (ก็อปไปวางได้เลย)
ก่อนเริ่มงาน ช่วยอ่านโครงสร้าง repo นี้ทั้งหมดก่อน (README, CLAUDE.md ถ้ามี, และโฟลเดอร์หลักทุกอัน) แล้วสรุปกลับมาให้ผมฟัง: 1. โครงสร้างหลักคืออะไร มีกี่ส่วน 2. แต่ละส่วนทำหน้าที่อะไร เชื่อมกับส่วนไหนบ้าง 3. ถ้าผมจะแก้ไฟล์ [ชื่อไฟล์/ฟีเจอร์] ต้องระวังผลกระทบกับส่วนไหนบ้าง อย่าเพิ่งแก้อะไร แค่สรุปให้ผมเช็คก่อน

ตัวอย่างจริง

ของจริงจากเครื่องผม

ผมสั่งให้ Claude อ่าน AIOS repo ของตัวเองก่อน (มี connections.md, decisions/log.md, Dew-Second-Brain, references/, .claude/skills/, work/) พอมันเห็นทั้งภาพแล้ว ผมไม่ต้องอธิบายซ้ำทุกครั้งว่าไฟล์ไหนคืออะไร

Claude Code อ่านโครงสร้าง repo DEW-OS ก่อนเริ่มงาน
Dew Dewviko

ตัวนี้ผมให้ทำเป็นอันดับแรกเสมอ เพราะถ้ามันไม่เห็นทั้งภาพ สั่งงานไปมันก็เดาบริบทเอง เดี๋ยวก็แก้ผิดจุดหรือทำซ้ำของที่มีอยู่แล้ว

02เช็ค brand rule ก่อนปล่อยงาน

ผมเขียนกฎเสียง/ดีไซน์ของตัวเองเป็นไฟล์แยกไว้ ให้ Claude สแกนของทุกชิ้นกับกฎนั้นก่อนส่งถึงมือผม ไม่ปล่อยผ่านถ้าเจอของที่ไม่ตรงเสียงเรา

วิธีใช้ทีละสเต็ป

  1. เขียนไฟล์กฎของตัวเอง (เช่น brand-voice.md) ระบุ: ห้ามใช้คำไหน, สไตล์แบบไหน, ข้อห้ามเด็ดขาด
  2. เก็บไฟล์นี้ไว้ใน repo ที่ Claude เข้าถึงได้
  3. ก่อนปล่อยงานทุกครั้ง สั่งให้มันเทียบงานที่เขียนกับไฟล์กฎ
  4. ให้มันรายงานว่าเจอจุดไหนผิดกฎบ้าง แล้วแก้ก่อนส่งจริง
Prompt (ก็อปไปวางได้เลย)
ช่วยเช็คงานที่เขียนไว้ (แนบมาด้านล่าง) กับกฎในไฟล์ brand-voice.md สแกนหา: 1. คำ/สัญลักษณ์ที่ห้ามใช้เด็ดขาด (เช่น em dash, คำอวยเกินจริง) 2. ประโยคที่ฟังดูเป็นทางการเกินไป ไม่ใช่เสียงพูดปกติของผม 3. ตัวเลข/สถิติที่อ้างแบบไม่มีที่มา (ต้องเป็นของจริงเท่านั้น) รายงานเป็นข้อๆ พร้อมบอกว่าควรแก้เป็นอะไร งานที่จะเช็ค: [วางเนื้อหาตรงนี้]

ตัวอย่างจริง

Claude ตอบ

สแกนแล้ว เจอ 3 จุดที่ผิดกฎ:

• em dash หลุด ในย่อหน้าที่ 2 ต้องเปลี่ยนเป็นคอมมาหรือขึ้นบรรทัดใหม่

• คำอวยเกินจริง "สุดยอด" ปรากฏ 2 ครั้ง ควรเปลี่ยนเป็นผลลัพธ์จริง

• ภาษาทางการเกินไป ประโยคที่ 5 ฟังดูเหมือน AI เขียน ไม่ใช่เสียงพูด

Claude Code เช็คงานกับ brand-voice.md ก่อนปล่อยงาน
Dew Dewviko

จุดที่คนพลาดบ่อยคือให้ AI เขียนแล้วก็อปไปใช้เลย ไม่เช็คว่าหลุดเสียงตัวเองไปหรือเปล่า ผมตั้งด่านนี้ไว้เพราะเจอ em dash หลุดมาหลายรอบจนต้องแก้เองทีหลัง เสียเวลากว่าเช็คตั้งแต่แรกเยอะ

03เลือกโมเดลตามความยาก Model Router

ไม่ใช้โมเดลแพงสุดกับทุกงาน งานง่ายอย่างค้นไฟล์เรียงข้อมูลให้ตัวเล็กทำ งานทั่วไปให้ตัวกลาง เก็บตัวแรงสุดไว้กับงานที่ต้องคิดหนักจริงๆ

วิธีใช้ทีละสเต็ป

  1. แบ่งงานที่ทำบ่อยเป็น 4 ระดับ: จับใจความ/ทั่วไป/คิดหนัก/ยากสุด
  2. ตั้ง subagent หรือ session แยกตามระดับ (ผมใช้ quick / standard / deep / max)
  3. ก่อนเริ่มงานใหม่ ถามตัวเองก่อนว่างานนี้ยากระดับไหน
  4. ส่งงานไปหาระดับที่ตรง อย่าใช้ตัวแพงสุดเป็นค่าเริ่มต้น
แนวทางตั้งกฎ (ปรับใช้ได้เลย)
ตั้งกฎ routing งานตามความยาก: - ระดับ 1 (เร็ว/ถูก): สรุปไฟล์, ค้นหา, จัดหมวดหมู่, งานซ้ำๆ - ระดับ 2 (มาตรฐาน): เขียนคอนเทนต์ทั่วไป, โค้ดปกติ, งานประจำวัน - ระดับ 3 (คิดหนัก): วางระบบ, ดีบักยาก, ตัดสินใจที่กระทบเยอะ - ระดับ 4 (ยากสุด): ใช้ต่อเมื่อระดับ 3 ทำไม่ไหวหรืองานยาวมาก ก่อนรับงานใหม่ทุกครั้ง ให้บอกว่างานนี้ควรอยู่ระดับไหน และถ้าระดับ 1-2 ทำได้ ให้บอกตรงๆ ไม่ต้องใช้ระดับสูงเกินจำเป็น

ตัวอย่างจริง

Claude Code model router แบ่งงานตามความยาก 4 ระดับ
Dew Dewviko

ผมไม่ได้วัดเป็นตัวเลข % ประหยัดชัดเจนแบบงานวิจัย แต่รู้สึกได้ชัดว่า token ที่ใช้ต่อวันลดลงเยอะ พองานง่ายไม่ต้องแบกโมเดลแพงไปทำ ที่สำคัญคือคุณภาพงานไม่ตกลงเลยครับ เพราะงานที่ต้องคิดหนักจริงๆ ก็ยังได้ตัวแรงสุดอยู่ดี

04ต่อ OpenArt MCP สร้างสื่อในหน้าต่างเดียว

ผมต่อ OpenArt MCP เข้ากับ Claude Code ไว้ อยากได้ภาพ cover คลิป, b-roll, หรือทดสอบ prompt ภาพ ไม่ต้องสลับแอปเลยครับ สั่งในเทอร์มินัลเดียวกันจบ

วิธีต่อทีละสเต็ป

  1. เปิดไฟล์ .mcp.json ใน root ของ repo (ถ้ายังไม่มีให้สร้างใหม่)
  2. เพิ่ม MCP server ของ OpenArt (type: http, url ของ OpenArt MCP)
  3. รีสตาร์ท Claude Code เพื่อโหลด MCP server ใหม่
  4. สั่งสร้างภาพ/วิดีโอได้ตรงในแชทเลย ไม่ต้องเปิดแอปแยก
ตัวอย่าง .mcp.json (ก็อปไปวางได้เลย)
{ "mcpServers": { "openart": { "type": "http", "url": "https://mcp.openart.ai/mcp" } } }

ตัวอย่างจริง

ของจริงจากเครื่องผม

พอต่อไว้แล้ว ผมสั่ง "อยากได้ภาพ cover คลิปใหม่" ได้ตรงในหน้าต่างเดียวกับที่คุยงานอยู่ เลือกโมเดลได้ตามงาน เช่น Nano Banana สำหรับภาพนิ่ง หรือ Seedance สำหรับวิดีโอ

Claude Code ต่อ OpenArt MCP สร้างภาพและวิดีโอในหน้าต่างเดียว
Dew Dewviko

ก่อนหน้านี้ผมต้องสลับไปมาระหว่างเครื่องมือหลายตัว เสียเวลามากับการ copy-paste prompt ข้ามแอป พอต่อ MCP ไว้ ทุกอย่างอยู่ในที่เดียว ทำงานลื่นขึ้นเยอะครับ

05Second Brain ความจำถาวรของ Claude

ไม่ใช่ปลั๊กอินจริงๆ แค่เป็นโฟลเดอร์ที่ผมทำเป็น wiki เก็บทุกอย่างที่เรียนมา ให้ Claude ค้นก่อนตอบทุกครั้ง ไม่ต้องอธิบายบริบทซ้ำทุกแชท

วิธีตั้งทีละสเต็ป

  1. สร้างโฟลเดอร์ wiki/ แยกเป็นหมวด summaries, entities, concepts, maps
  2. ทำไฟล์ index.md เป็นสารบัญ ลิงก์ไปหน้าอื่นๆ ทั้งหมด
  3. ทุกครั้งที่เรียนรู้อะไรใหม่ ให้ Claude สรุปแล้วเก็บเป็นหน้าใหม่ในนี้
  4. ก่อนตอบคำถามที่ต้องใช้บริบทเก่า สั่งให้มันเช็ค index.md ก่อนเสมอ
Prompt (ก็อปไปวางได้เลย)
ก่อนตอบคำถามนี้ ช่วยเช็ค wiki/index.md ก่อนว่ามีหน้าที่เกี่ยวข้องไหม ถ้ามี ให้อ่านหน้านั้นแล้วอ้างอิงในคำตอบด้วย ถ้าไม่มี ให้บอกผมตรงๆ ว่ายังไม่เคยเก็บเรื่องนี้ไว้ คำถามของผม: [ใส่คำถามตรงนี้] ถ้าคำตอบนี้เป็นความรู้ที่ควรเก็บไว้ใช้ซ้ำ ให้ถามผมว่าจะบันทึกเป็นหน้าใหม่ไหม

ตัวอย่างจริง

Claude Code ค้น Dew Second Brain wiki ก่อนตอบทุกครั้ง
Dew Dewviko

ตัวนี้เปลี่ยนชีวิตผมมากที่สุดครับ 555 ก่อนหน้านี้ทุกแชทใหม่ต้องอธิบายว่าธุรกิจผมคืออะไร เรียนอะไรมาบ้าง ตอนนี้แค่ถามมันค้นเจอเองว่าเคยเก็บไว้ตรงไหน ไม่ต้องเริ่มจากศูนย์ทุกครั้ง

06ใช้ทั้ง 5 ตัวเป็นระบบเดียว

อย่าต่อแค่ตัวเดียวแล้วจบ พลังจริงมันอยู่ที่การให้ทำงานร่วมกัน

01
Repo Map
02
Brand QA
03
Model Router
04
OpenArt MCP
05
Second Brain

เริ่มจาก Repo Map ให้มันเห็นทั้งภาพก่อนเริ่มงานทุกครั้ง ระหว่างทำงานให้ Model Router เลือกว่างานนี้ต้องใช้โมเดลระดับไหน ก่อนปล่อยงานให้ Brand QA เช็คว่าตรงเสียงเราไหม ถ้าต้องใช้สื่อก็ดึง OpenArt MCP มาสร้างในที่เดียว แล้วทุกอย่างที่เรียนรู้ระหว่างทางก็เก็บกลับเข้า Second Brain ให้ครั้งหน้าไม่ต้องเริ่มจากศูนย์

Dew สรุปแบบดิววิโกะ

ที่ผมชอบเรื่องนี้ไม่ใช่เพราะแต่ละตัวเจ๋งเดี่ยวๆ แต่เพราะมันเป็น "ระบบ" ที่ทำงานต่อกันได้ ไม่ว่าจะสั่งงานอะไรใหม่ ก็วน 5 ตัวนี้ได้เรื่อยๆ

คนส่วนใหญ่คิดว่า Claude Code เก่งเพราะโมเดลมันแรง แต่จริงๆ สิ่งที่ทำให้งานออกมาดีคือระบบรอบตัวมันต่างหาก พอต่อครบ งานที่ได้เลยเนี้ยบขึ้นเยอะโดยที่เราไม่ต้องเก่งขึ้นเลยครับ 555 เอาไปลองต่อแล้วมาเล่าให้ผมฟังด้วยนะครับว่าเป็นไง

Dew

อยากได้ guide แบบนี้อีก?

ผมเขียนเรื่อง AI ใช้ได้จริงกับงานประจำวัน ทั้ง Claude Code คอนเทนต์ automation
ใส่อีเมลไว้ เดี๋ยวส่งของใหม่ให้ถึงกล่องเลยครับ

ไม่สแปม ยกเลิกได้ทุกเมื่อ